ประวัติอาจารย์ทวี วิษณุกร


ประวัติทวี วิษณุกร

“ทวี วิษณุกร” เป็นนามปากกาของ ทวี เย็นฉ่ำ เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่บ้านหาดชะอม ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ในครอบครัวเกษตรกรของพ่อเสริมและแม่กรี เย็นฉ่ำ คนไทยเชื้อสายมอญซึ่งภูมิลำเนาเดิมอยู่ตำบลบางขันหมาก จังหวัดลพบุรี ทวีเป็นลูกคนโต มีน้อง ๆ อีก ๔ คน เป็นชาย ๓ คน และหญิง ๑ คน


เริ่มเรียนประถม ก.กา ที่โรงเรียนวัดท่าจันทน์ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ (สมัยนั้นชั้นประถมสูงสุดคือประถมปีที่ ๔) จากนั้นเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
        
           ทวีเริ่มมีแววรักการเขียนรูปมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ลพบุรี เพราะบิดาเป็นหัวหน้าคณะลิเก “ส่งเสริมวาทศิลป์” ทวีร้องลิเกไม่เป็น ทว่าเคยได้เล่นเป็นตัวเสนา และทวีก็ภูมิใจ
ที่ได้เป็นผู้เขียนฉากลิเกให้บิดา

เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้ว จึงขออนุญาตบิดามารดามากรุงเทพ ฯ เพื่อศึกษาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ในปีพ.ศ. ๒๕๐๓ ด้วยเงินจำนวนหนึ่งซึ่งพ่อให้มาเพียงเล็กน้อย พร้อมคำสำทับมาว่า “ถ้าอยากเรียน ก็ให้หาเงินส่งตัวเองเรียนเอง”

ช่วงนี้ทวียังได้รับความทุกข์โศกในชีวิตมากที่สุดด้วยเนื่องจากมารดาได้ถึงแก่กรรม ด้วยวัยเพียง ๔๐ ปีเศษ


ทวีเริ่มจับพู่กัน เขียนการ์ตูนและนิยายภาพไปเสนอตามสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ตั้งแต่เข้าเรียนปี ๑ ที่โรงเรียนเพาะช่าง เขียนไปพลางเรียนไปพลาง

ระหว่างนั้นยังหาเวลาว่างไปรับจ้างหาบข้าวแกง ส่งให้กับร้านขายข้าวแกงแถวพาหุรัด  เจ้าของร้านคือคุณน้าของ พร ภิรมย์ นักร้องเพลงรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน เจ้าของเพลงแหล่ที่โด่งดังหลายเพลง เช่น  ดาวลูกไก่ บัวตูมบัวบาน น้ำตาลาไทร ฯลฯ และที่นี่เองความรักของทวีได้บังเกิดขึ้นกับเด็กหญิงทับทิม งามสมจิตต์ หลานสาวเจ้าของร้าน ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง ๑๔ ปี



 ปี พ.ศ. ๒๕๐๕  ทวีสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่างด้วยวุฒิ “ประโยคอาชีวศึกษาชั้นสูง” สาขาจิตรกรรม (เทียบเท่าปวช. ในปัจจุบัน)  จากนั้นในปีถัดมาคือ พ.ศ. ๒๕๐๖  ทวีได้เข้าพิธีมงคลสมรสกับนางสาวทับทิม งามสมจิตร์ ที่ ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีบุตรธิดา ด้วยกัน ๓ คน คือ  เสรี เย็นฉ่ำ (เสียชีวิตแล้ว) เบญริสา (วงเดือน) เย็นฉ่ำ และชินโชติ (มนตรี) เย็นฉ่ำ


ผลงานในยุคแรก ทวีเขียนเป็นเรื่องผีบ้าง นิทานพื้นบ้านบ้าง ที่พอจะสืบค้นได้คือ “แม่นาคพระโขนง” “แก้วหน้าม้า” “โกมินทร์กุมาร”  “จอมไพรจอมสิงขร” “ราชาร้อยเล่ห์” “สองอัศวินดาบดำ” “เห้งเจียผู้วิเศษ”...ฯลฯ

จนเมื่อย้ายบ้านไปอยู่ที่กรุงเก่า ทวีจึงได้เริ่มเขียนนิยายภาพ “กระสือสาว” ขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๑๑ ตีพิมพ์ในการ์ตูนหนูจ๋า ผลิตโดยสำนักพิมพ์พิมพ์บรรลือสาส์น เชิงสะพานผ่านฟ้า เป็นเรื่องยาวใช้เวลา ๕ ปีเต็มจึงจบลงในปี ๒๕๑๖ จากนั้นได้มีการรวมเล่ม จำนวน ๙ เล่มจบ ก่อนจะถูกเลือกไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “กระสือสาว” โดยบริษัทศรีสยามโปรดั๊กชั่น นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี และพิสมัย วิไลศักดิ์  ซึ่งทวีได้รับเชิญให้แสดงเป็นตัวประกอบในเรื่องด้วย  


แม้เรื่องกระสือสาวจบลง ทวียังคงเขียนนิยายภาพแนวผี ๆ ต่อ โดยตีพิมพ์ในการ์ตูนสยองขวัญคือเรื่อง “นางตานี”  ในขณะที่การ์ตูนรวมรสสำราญซึ่งทำร่วมกับ “ปิยะดา” (นาวาอากาศเอกประเวส สุขสมจิตร) นักเขียนการ์ตูนร่วมสำนักพิมพ์ จะเป็นเรื่อง “ลูกสาวผี หนังสือหนูจ๋า จะเป็นเรื่อง “ผีหัวขาด” หนังสือการ์ตูนช็อค จะเป็นเรื่อง “โรงแรมผี”  และหนังสือการ์ตูนรวมเด็ก จะเป็นเรื่อง “วิญญาณพันปี”   


ช่วงท้าย ๆ ของการเขียนนิยายภาพ ทวีเริ่มเบื่อหน่ายนิยายภาพแนวผี ๆ  จึงหันมาเขียนนิยายภาพแนวบู๊อิงประวัติศาสตร์  “เลือดทาส” และนิยายแนวบู๊ดรามา “ชีวิตเดือด” ซึ่งน่าจะถือเป็นเรื่องสุดท้าย 

นิยายภาพเรื่อง “ชีวิตเดือด” ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ที่ได้ส่งเสริมให้น้องชาย คือ นายอุทัย (แช) เย็นฉ่ำ ไปเป็นนักมวยไทย โดยนำไปฝากไว้ที่ค่ายมวย “ยนตรกิจ” โดยใช้ชื่อว่า โทน ยนตรกิจ ขึ้นชกทั้งที่เวทีราชดำเนินและลุมพินี  ก่อนที่ต่อมาจะย้ายไปอยู่ค่าย “พรแสงฟ้า” ในที่สุด น้องชายคนนี้ต่อยได้รางวัลถ้วยดุเดือดมาหลายใบ สมใจทวี ผู้พี่ชาย เพราะทวีเป็นคนที่ชอบทางหมัดมวยมาก แต่ไม่เคยได้ฝึก จึงหันมาสนับสนุนน้องชายแทน




ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ทวีก็ประสบปัญหาในครอบครัว ต้องหย่าร้างกับภรรยาและรับภาระเลี้ยงดูบุตรชายหญิงทั้งสามคน  จึงอพยพขึ้นไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่จังหวัดกำแพงเพชรซึ่งมีญาติพี่น้องอยู่  ด้วยความห่างไกลจากสำนักพิมพ์จึงต้องวางพู่กันการเขียนนิยายภาพไปโดยปริยาย
         

            ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่จังหวัดกำแพงเพชร ทวีก็ได้พบกับหญิงงาม ผู้เป็นญาติห่าง ๆ ทางบิดา ชื่อ นางสาวอุไร สุวารี และได้สมรสกัน ต่อมามีบุตรสาวด้วยกัน ๑ คน คือ ธนาพร เย็นฉ่ำ
          
             เมื่ออยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชรนี้ ทวีต้องตกอยู่ในภาวะติดขัดเรื่องการเงินและการประกอบอาชีพ เพราะญาติพี่น้องต่างประกอบอาชีพทำไร่อ้อยกับสวนผัก ซึ่งทวีไม่ถนัด จึงได้เบนเข็มกลับมายังกรุงเทพ ฯ อีกครั้ง ด้วยการเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อเตรียมสมัครงานในตำแหน่งคนคุมงาน (โฟร์แมน)  ตั้งใจจะไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งยุคนั้นใคร ๆ ก็อยากไปขุดทองกัน
          


            ทว่าชะตาชีวิตของทวี หนีไม่พ้นโรงพิมพ์และกลิ่นน้ำหมึก พอดีกับเวลานั้นคุณสรรชัย และคุณกมล (กิตติ) เอกมโนชัย หลานชายเจ้าของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ได้ชักชวนทวีให้ทำงานเป็นบรรณาธิการนิตยสาร “ศักดิ์สิทธิ์” ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๒๗ ในช่วงเวลานี้ แม้ทวีไม่ได้เขียนนิยายภาพแล้ว แต่ก็ได้แต่งนิยายผี ๆ ตามแนวที่ถนัด ตีพิมพ์ลงในนิตยสารดังกล่าวด้วยหลายเรื่อง

          ชีวิตมาหักเหอีกครั้ง เมื่อทวีออกมาเปิดหนังสือเอง ชื่อว่า “มหาสิทธิโชค” ในปี ๒๕๓๐ และหนังสือการ์ตูน “โลกหัวเราะ” ทว่าอยู่ได้เพียง ๒ ปี ด้วยสายป่านสั้นจึงประสบภาวะขาดทุน จำเป็นต้องยุติกิจการหนังสือไป พร้อมมีหนี้สินอีกเป็นตัวเลขถึงเจ็ดหลัก จนต้องหันไปเป็นนักเขียนคอลัมน์ตามนิตยสารต่าง ๆ เช่น นิตยสารศักดิ์สิทธิ์ นิตยสารดวงมหาโชค นิตยสารชีวิตจริง...ฯลฯ ด้วยเรื่องแนวถนัดที่มักมีผู้มาจ้างเขียน คือเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อภินิหาร และศาสตร์ด้านหมอดูลายมือ ซึ่งทวีได้ศึกษามาด้วยตนเองฝึกดูให้กับเพื่อน ๆ มาตลอด ตั้งแต่เรียนเพาะช่าง
  
          ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๙) ทวีได้เกษียณตัวเอง กลับมาใช้ชีวิตที่จังหวัดกำแพงเพชร ท่ามกลางธรรมชาติในบั้นปลายอย่างสุขสงบ



นามปากกาของทวี เย็นฉ่ำ
ทวี วิษณุกร (เขียนนิยายภาพและนิยายเรื่องผี) เจดีย์ทอง (เขียนสารคดีเกี่ยวกับพระสงฆ์) หัตถ์ทิพย์ (เขียนเรื่องพยากรณ์ลายมือ) ดาว โคจร (เขียนเรื่องอภินิหาร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์)  กริ่ง กังสดาล (เขียนนิยายเรื่องผี) มนต์ มหาจักร (เขียนนิยายเรื่องผี) ยันต์ มหาจักร (เขียนนิยายเรื่องผี) รวี วัลยา (เขียนนิยายโรแมนติก) ศิษย์ เขลางค์ และ ธีรธรรม (เขียนสารคดีเกี่ยวกับพระสงฆ์)



ความคิดเห็น